ป้ายกำกับ

วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2563

Local steroid injection

การฉีดสเตอรอยด์เข้า เนื้อเยื่อ แก้ความปวดของกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น (Local steroid injection)

ข้อบ่งชี้

  • Synovitis
  • Osteoarthritis
  • Bursitis
  • Gouty arthritis
  • Post traumatic osteoarthritis (Frozen shoulder syndrome)
  • Tendinitis
  • Rheumatoid arthritis
  • Muscle trigger points
  • Carpal tunnel and other entrapment syndrome
  • Fasciitis
  • Ganglion cysts
  • Neuromas
ข้อห้ามฉีด

  • การติดเชื้อบริเวณที่จะฉีด
  • Charcot joint
  • ผู้ป่วยใช้ยากดภูมิต้านทาน
  •  Hypothyroidism
  • ภาวะเลือดออกหยุดยาก
  • เบาหวานที่ควบคุมไม่ดี
  • ข้อเทียม
  • Patella and Achilles tendinopathies
การเตรียมอุปกรณ์

  • 25G needle ยาว 1.5 นิ้ว
  • Syringe 5 ml
  • Lidocaine 1-2 %
  • Kenacort
  • สำลีแอลกอฮอล์
  • พลาสเตอร์ปิดแผล
การฉีด

  • ทำความสะอาดผิวจุดที่จะฉีด
  • อาจใช้อัลตร้าซาวด์เริ่มด้วย
  • ฉีดยาชา
  • ฉีด steroid
  • กดป้องกันเลือดออก
  • ปิดพลาสเตอร์



Trigger point injection

Trigger point injection: คือการรักษา office syndrome หรือ myofascial pain syndrome ที่มี trigger point ที่เราคลำได้ชัดเจน

(เจ้าหน้าที่สามารถอ่านรายละเอียดเรื่อง myofascial pain syndrome ได้ตามลิงค์นี้ myofascial pain syndrome

Trigger point injection

การรักษาได้ผลดีเป็นที่ยอมรับกันกว้างขวางในวงการแพทย์ ว่าสามารถสลายจุดก่อกำเนิดความปวดใน office syndrome ได้เร็วมาก

กระทำโดยแพทย์ที่ฝึกฝนมาดีเท่านั้น

ข้อควรระวังในการทำ คือ

  • โรคเลือดออกง่าย หรือรับประทานยาละลายลิ่มเลือด
  • บริเวณที่จะฉีดยามีแผลติดเชื้อ
  • ผู้ป่วยแพ้ยาชาหรือสเตอรอยด์
  • ผู้ที่กลัวเข็มฉีดยา
การเตรียมอุปกรณ์

  • ถุงมือ (ไม่จำเป็นต้องsterile)
  • สำลีแอลกอฮอล สำหรับทำความสะอาดผิว
  • Syringe ขนาด 5 ml
  • 25G needle ยาวตามความลึกของกล้ามเนื้อที่ฉีด
  • Lidocaine without adrenaline 
  • Kenacort 
  • Plaster ปิดแผลรูเข็ม
การฉีด

  • แพทย์สั่งผสมยาตามสั่ง
  • ทำความสะอาดผิว
  • ฉีดยาเข้า trigger point
  • กดป้องกันเลือดออก
  • ให้ผู้ป่วย active exercise
  • สั่งยาแก้ปวด 5 วัน
  • นัดติดตามอาการ 1 สัปดาห์






วันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2563

spider vein: Sclerotherapy

Spider veins: หรือ telangiectasia คือเส้นเลือดฝอยผิวหนังที่เห็นเด่นชัดบนผิวหนัง พบมากที่ขา บางครั้งพบที่ใบหน้า

สาเหตุ: เกิดจากลิ้นหลอดเลือดดำที่ใหญ่กว่าเสื่อมทำให้เลือดไหลกลับมากองที่หลอดเลือดฝอยมากจนหลอดเลือดดำฝอยขยายตัว เห็นเด่นชัดขึ้น ทำให้ผู้ป่วยกังวลเรื่องความสวยงามของผิว

การรักษาด้วยวิธี Sclerotherapy คือการฉีดยาเพื่อทำลายผนังหลอดเลือดฝอยเหล่านี้ เพื่อให้หลอดเลือดเหล่านี้ค่อยๆสลายๆไป

การเตรียมตัว ไม่มีการเตรียมตัวพิเศษ

เตรียมอุปกรณ์

  • ยา Aesthoxyskerol 1% 
  • เข็มฉีดยา 18G, 30G
  • สำลีแอลกอฮอล์
  • น้ำเกลือนอร์มอล 
  • Syringe 5ml, 1ml
  • แว่นขยาย
  • ยาทาฆ่าเชื้อที่ผิวหนัง Clinda M
  • ถุงน่องรัด Duomed แรงรัด 30-40 mmHg


วันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2563

platelet rich plasma: Skin

จุดประสงค์ การฉีดเกล็ดเลือดเข้มข้น (Platelet rich plasma) มีประโยชน์ในการปลูกผม, ลดรอยหมองคล้ำใต้ตา, ทำให้ร่องผิวหนังตื้นขึ้น คืนความอ่อนเยาว์ให้ผิวหน้า

ข้อบ่งชี้: ปลูกผม, ลดรอยคล้ำใต้ผิวหนัง, ช่วยให้หลุมร่องลึกตื้นขึ้น

การเตรียมตัวผู้ป่วย:

  • ล้างเครื่องสำอางออกให้หมด

อุปกรณ์ที่ต้องใช้

  • สำลีแอลกอฮอล์
  • tourniquet รัดแขน
  • เข็มเจาะเลือดเบอร์ 18 หรือ 20
  • Syringe ขนาด 10 mlหรือ 20 ml
  • หลอดเก็บเลือด ACD-A ขนาด 8.5 ml หรือ 10 ml แล้วแต่จะหาได้ 
  • หลุมที่วางหลอด
  • เครื่องปั่นหมุนเหวี่ยง (centrifuge machine)
  • หลอดเก็บเลือด sterile ขนาด 6.5 ml
  • เข็มยาว spinal needle 22G หรือ เข็มอะไรก็ได้ที่ยาวกว่า 5 ซม.
  • เข็มฉีดยาขนาด 30G ยาว 0.5 นิ้ว หรือ 32G ยาว 0.4 cm
  • Syringe ขนาด 1 ml 
  • ยาชา Lidocaine ชนิดทา
  • cool pack หรือถุงน้ำแข็ง

การเจาะเลือด:
  • เจาะเลือดใส่หลอด ACD-A ขนาด 10 ml 2 หลอด หรือขนาด 8.5 ml  4 หลอด เขย่าน้ำยาให้เข้ากับเลือด วางพักบนถาดตั้งหลอด

การปั่นเลือด

  1. กรณีหลอด ACD-A ที่ไม่มีเจลกั้น ให้ปั่นรอบแรกด้วยความเร็ว 3200 รอบต่อนาที นาน 15 นาที ก็เสร็จ
  2. กรณีหลอด ACD-A ที่มีเจลกั้น ให้ปั่นรอบแรกด้วยความเร็ว 3200 รอบต่อนาที เสร็จแล้ว  เทน้ำเลือดสีเหลืองจากหลอด ACD-A ลงในหลอดเก็บเลือดขนาด 6.5ml ทั้งสองหรือสี่หลอด นำไปปั่นที่ความเร็ว 3200 รอบต่อนาที เป็นเวลา 5 นาที
การเก็บเกล็ดเลือด:
  • ใช้เข็มยาวดูดชั้นเกล็ดเลือดเข้มข้นออกมา
การฉีดเกล็ดเลือด:
  • ทายาชาก่อนจะฉีดครึ่งชั่วโมง
  • ทำความสะอาดผิว
  • ฉีดเกล็ดเลือดเข้มข้นเข้าใต้ผิวหนัง
  • ประคบเย็น

platelet rich plasma: knee

จุดประสงค์ การฉีดเกล็ดเลือดเข้มข้น (Platelet rich plasma)เข้าในข้อเข่า คือทำให้อาการปวดข้อเข่าลดลง และการใช้งานของเข่า เช่น เดิน นั่งพับเข่า ได้ดีขึ้น

ข้อบ่งชี้: ข้อเข่าเสื่อมที่ยังไม่ถึงขั้นต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม

การเตรียมตัวผู้ป่วย:
  • ถามการกินยาละลายลิ่มเลือดของผู้ป่วยด้วย เช่น Warfarin, clopidogrel เพราะหากรับประทานอยู่ แพทย์อาจจะต้องเตรียมการหยุดยาก่อนมารักษา

อุปกรณ์ที่ต้องใช้
  • สำลีแอลกอฮอล์
  • tourniquet รัดแขน
  • เข็มเจาะเลือดเบอร์ 18 หรือ 20
  • Syringe ขนาด 50 mlหรือ 20 ml
  • หลอดเก็บเลือด ACD-A ขนาด 8.5 ml หรือ 10 ml แล้วแต่จะหาได้ (บางยี่ห้อ PRP tube มี gel กั้นแยกชั้นเม็ดเลือดกับน้ำเลือดออกจากกันหลังจากปั่นได้ด้วย ดังภาพ (PRP tube with ACD + gel)
  • หลุมที่วางหลอด
  • เครื่องปั่นหมุนเหวี่ยง (centrifuge machine)
  • หลอดเก็บเลือด sterile ขนาด 6.5 ml
  • เข็มยาว spinal needle 22G หรือ เข็มอะไรก็ได้ที่ยาวกว่า 5 ซม.
  • เข็มฉีดยาขนาด 25G ยาว 1.5 นิ้ว
  • Syringe ขนาด 5ml 
  • ยาชา Lidocaine with adrenaline
  • เครื่องอัลตร้าซาวด์ เจล
  • พลาสเตอร์ยา
  • cool pack หรือถุงน้ำแข็ง

การเจาะเลือด:

  • เจาะเลือดใส่หลอด ACD-A ขนาด 10 ml 4 หลอด หรือขนาด 8.5 ml  6 หลอด เขย่าน้ำยาให้เข้ากับเลือด วางพักบนถาดตั้งหลอด

การปั่นเลือด

  1. กรณีหลอด ACD-A ที่ไม่มีเจลกั้น ให้ปั่นรอบแรกด้วยความเร็ว 3200 รอบต่อนาที นาน 15 นาที ก็เสร็จ
  2. กรณีหลอด ACD-A ที่มีเจลกั้น ให้ปั่นรอบแรกด้วยความเร็ว 3200 รอบต่อนาที เสร็จแล้ว  เทน้ำเลือดสีเหลืองจากหลอด ACD-A ลงในหลอดเก็บเลือดขนาด 6.5ml ทั้งสี่หรือหกหลอด นำไปปั่นที่ความเร็ว 3200 รอบต่อนาที เป็นเวลา 5 นาที
การเก็บเกล็ดเลือด:

  • ใช้เข็มยาวดูดชั้นเกล็ดเลือดเข้มข้นออกมา
การฉีดเกล็ดเลือด:
  • ทายาชาที่ผิวหนังบริเวณที่ฉีดก่อนฉีด 30 นาที
  • ใช้อัลตร้าซาวด์นำทาง
  • ทำความสะอาดผิว
  • ฉีดยาชา
  • ฉีดเกล็ดเลือดเข้มข้นเข้าข้อเข่า
  • ประคบเย็นครึ่งชั่วโมง



วันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2562

Implantable Port (Port A cath)

ความหมาย คือการฝังอุปกรณ์ทางผ่านไว้ใต้ผิวหนังแและเช่ือมต่อกับสาย central venous catheter เพื่อสามารถใช้ดูดเลือดหรือให้ของเหลวผ่านอุปกรณ์ที่ฝังนี้ได้ซ้ำหลายๆครั้งโดยไม่จำเป็นต้องแทงเข็มเข้าหลอดเลือดอีกต่อไป ทำให้สะดวกแก่ผู้ปฏิบัติงานพยาบาล

ข้อบ่งชี้ในการใส่

วิธีการใส่  ตามลิงค์นี้เลย port A cath insertion
                 อันนี้มีขั้นตอนการเย็บด้วย   port A cath insertion2

การเตรียมผู้ป่วย

  1. เช็คโอกาสเสียเลือดง่ายโดยส่งตรวจ CBC, platelet coung, PT, PTT
  2. ไม่จำเป็นต้องงดอาหารและน้ำ



การเตรียมอุปกรณ์

  1. Suture set
  2. ผ้าคลุม sterile และผ้าช่อง
  3. น้ำยา Chorhexidine
  4. เสื้อกาวน์ยาว
  5. หมวด
  6. หน้ากาก
  7. ถุงมือ sterile
  8. พลาสติกคลุม Image intensifier แบบ sterile
  9. Syringe ยาชา 10 ml
  10. เข็มยาชา No. 18, 24
  11. blade No. 15, No. 11
  12. Retractor อันเล็ก (Senn Miller Retractor) ดังรูป "Senn Miller retractor"
  13. ชุดสายและ port A (ประกอบด้วย puncture needle, guide-wire, dilator, peel-away sheath, catheter, port hub, tunneler) ภาพ
  14. Syringe สำหรับ flush normal saline
  15. Heparin 5000:1 สำหรับ Locking ในสายและport A
  16. Guaze ซับเลือด
  17. ไหม ชนิดละลายได้ 3.0
  18. ไหม ชินดไม่ละลาย 3.0
  19. กรรไกรตัดไหม
  20. Fixumo ปิดทับก๊อส
การดูแลสาย port A cath
    มีลิงค์ที่ให้ไปดู ดังนีั้  "การดูแล port A cath"


วันจันทร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2558

Percutaneous Nephrostomy

ความหมาย คือการใส่สายระบายปัสสาวะออกจากกรวยไตผ่านทางผิวหนัง เพื่อช่วยให้ปัสสาวะที่ระบายออกจากไตข้างนั้นขับออกนอกร่างกายได้ เป็นการบรรเทาภาวะทางเดินปัสสาวะอุดตันจากสาเหตุบางประการ
สาเหตุของทางเดินปัสสาวะอุดตัน ได้แก่

  • นิ่วอุดตันในท่อไต
  • เนื้องอกอุดตันในท่อไตหรือท่อปัสสาวะ
  • ท่อไตตีบตันหลังภาวะบาดเจ็บ
วฺิดีโอ สาธิตการทำ Percutaneous nephrostomy จาก link ข้างล่างนี้
Percutaneous Nephrostomy Animation

การรับเรื่องปรึกษา เมื่อได้รับปรึกษาให้ทำ Percutaneous nephrostomy สิ่งที่เจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติต่อไปคือ
  • เตรียมประวัติการเจ็บป่วย,ภาพอัลตร้าซาวนด์ CT หรือ MRI ที่จำเป็นต่อการวางแผนการรักษาให้รังสีแพทย์รับทราบ
  • ประวัติการใช้ยาละลายลิ่มเลือด เช่น Warfarin หรือยาต้านเกร็ดเลือด เช่น clopidogrel
  • รังสีแพทย์นัดหมายเวลาทำหัตถการตามความเหมาะสม
ข้อควรพิจารณาเลื่อนการรักษา จนกว่าแก้ไขปัญหาเหล่านี้ก่อนได้แก่

  • ภาวะเลือดออกหยุดยาก
  • ผู้ป่วยไม่ให้ความร่วมมือ
  • ค่า potassium ในเลือดสูงกว่า 7 mEq/L

การเตรียมตัวก่อนการรักษา

  • ให้ผู้ป่วยดูสื่อทำหัตถการ
  • งดยาละลายลิ่มเลือด เช่น Warfarin และยาต้าน platelet ตามระยะเวลที่แพทย์ระบุ
  • เซ็นต์เอกสารแสดงความยินยอมรับการรักษา
  • รับไว้เป็นผู้ป่วยใน 
  • งดอาหารและน้ำทางปาก 6 ชั่วโมงก่อนเวลารักษา
  • ตรวจเลือดหาค่า PT, PTT, CBC, BUN/Cr
  • ให้น้ำเกลือทางหลอดเลือดดำ
  • ให้ยาปฏิชีวนะป้องกันการติดเชื้อ เช่น Augmentin 1 gm intravenous (กรณีแพ้ยากลุ่ม Penicillin ให้ยา Vancomycin 1gm ก่อนหัตถการ 2 ชั่วโมง)
  • เตรียมยาแก้ปวด Morphine sulfate มาพร้อมกับผู้ป่วย เพื่อให้ก่อนทำหัตถการ

การเตรียมอุปกรณ์

  • เซต Suture
  • ชุด gown สำหรับแพทย์และผู้ช่วยแพทย์
  • ถุงมือสเตอไรด์ เบอร์ 7-7 1/2
  • ปากกาเขียนไวท์บอร์ด แบบ permanent
  • Betadine solution หรือ Chlorhexidine solution
  • ผ้า Drap sterile คลุมบริเวณที่จะใส่สาย
  • เข็มเบอร์ 18, 24
  • ยาชา xylocain 1% หรือ 2% with adrenaline
  • ถุงพลาสติกสเตอไรล์ไว้หุ้ม probe ultrasound พร้อมด้วยยางรัดธรรมดา 
  • Sterilized ultrasound jelly (or sterile K-Y jelly)
  • เข็ม Troca เบอร์ 18 ยาว 10-15 ซม.
  • ขวดแก้ว Sterile สำหรับใส่ของเหลวเพื่อส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ
  • Amplatz stiff guide wire 0.038” ความยาว 80 cm
  • ใบมีด No.11
  • Contrast media
  • Dilator ขนาด 6 F, 8F
  • สาย Drainage 8F
  • ถุง Reservoir bag สำหรับบรรจุปัสสาวะที่ระบายออก
  • ข้อต่อยางสำหรับเชื่อมสายระบายกับถุง reservoir bag 
  • ไหมเย็บแผล (Nilon 3-0, 2-0)
  • Normal saline สำหรับ irrigation
  • พลาสเตอร์ปิดแผล


ขั้นตอนและเทคนิค
  • ผู้ป่วยมาถึงห้องตรวจ fluoroscopy (และมี Ultrasound)
  • ให้ Morphine 5mg IV เมื่อผู้ป่วยมาถึง
  • จัดท่าผู้ป่วยในท่าคว่ำหรือตะแคงด้านที่จะใส่สายขึ้นแล้วแต่กรณี
  • แพทย์ตรวจอัลตร้าซาวดน์ เพื่อกำหนดจุดใส่สายระบาย
  • ทำความสะอาดผิวด้วย Chlorhexidine หรือ Betadine
  • คลุมผ้าสะอาดและผ้าช่อง
  • หุ้ม ultrasound probe ด้วยถุงพลาสติก sterile (หัวตรวจอัลตร้าซาวดน์แบบ sector, 5MHZ)
  • ฉีดยาชา under ultrasound guidance ผ่านผิวหนังตรงจุดที่ทำเครื่องหมายเอาไว้ และฉีดลึกลงไปผ่านการตรวจอัลตร้าซาวดน์
  • ทำ skin knick ด้วย blade No.11 
  • ใช้เข็ม Chiba needle ขนาด 18G พยายามสอดจากผิวหนังส่วนที่ฉีดยาชาเข้าไปให้ถึง Dilated renal calyx ที่วางแผนเอาไว้ เมื่อปลายเข็มถึง Calyx ถอน stylet ของเข็มออก นำ Syringe ขนาด 10 ml ลองดูดปัสสาวะออกมา ถ้าดูดได้คล่องแล้วก็เก็บปัสสาวะใส่ขวดเพื่อส่งตรวจต่อไป
  • ฉีด Water soluble iodinated contrast media เจือจาง (contrast media เจือจางประมาณ 1:1) ผ่านเข็มเข้าไปใน renal collecting system พร้อมๆกับ Fluoroscopy ไปด้วยทำให้แพทย์จะเห็นขอบเขตของ collecting system 
  • สอด 0.038" ultra-stiffed guide wire ผ่านรูเข็มเข้าไปพร้อมๆกับ Fluoroscopy ไปด้วย จนปลายที่นิ่มของ Guide wire ถึง renal pelvis แล้วหยุด Fix guide wire ไว้แล้วถอนเข็ม Chiba ออกจากตัวผู้ป่วย
  • ใช้ scalpel ใบมีดผ่าตัดเบอร์ 11 ทำรอยบากที่ผิวหนังตรงตำแหน่งที่ guide wire คาอยู่ลึกประมาณ 0.5 cm 
  • ขยายช่องทางด้วย Dilator ขนาด 6Fr โดยสอด Dilator คร่อมผ่าน stiff guidewire และดูด้วย Fluoroscopy จนเเป็นปลายของ Dilator เริ่มโผล่เข้าไปใน Dilated calyx จากนั้นก็ถอย Dilator 6Fr ออก เปลี่ยนเป็นขนาดใหญ่ขึ้นคือ 8Fr ทำในเทคนิคเดียวกัน แต่ยังคา dilator 8Fr ไว้ที่ calyx ก่อน
  • ผู้ช่วยแพทย์เตรียมสาย all purpose drainage catheter 8Fr ถอดเอาเข็มแกนในออกเหลือแต่สายระบายติดกับแกนโลหะรูกลวง ยืดสายออกให้ตรงสวมแกนโลหะให้สุดปลายสาย และล็อคระบบให้ติดกัน จากนั้นแพทย์จะถอด Dilator 8Fr ออก ผู้ช่วยจะรับต่อ เพื่อนำ Dilator 8F ออกจาก guide wire เปลี่ยนเป็นสอดสายระบาย 8Fr ที่เตรียมไว้ คร่อม guide wire เข้ามาให้แพทย์ แพทย์จะรับต่อแล้วดันสายระบายจนปลายเข้าไปอยู่ใน Dilated calyx เวลานี้แพทย์จะเริ่มหมุนคลายล็อกระหว่างสายระบายกับแกนโลหะชั้นในออก แล้วดันเฉพาะสายระบายเข้าหา renal pelvis จนกระทั่งส่วนของ Pig tail loop ของสายระบายอยู่ใน renal pelvis ทั้งหมดแต่แกนโลหะและ guide wire ไม่เคลื่อนที่ (ให้อยู่ปากทางเข้า Dilate calyx เพื่อลดการบาดเจ็บต่อเยื่อบุกรวยไต) เสร็จแล้วแพทย์จะดึงไหมที่ขั้วปลายสายเพื่อให้ Pigtail loop ล็อคไว้ ไม่ให้มันคลายตัวได้
  • ต่อปลายสายระบายกับระบบถุงใส่ปัสสาวะ โดยเริ่มต่อ 3-way-stop-cock กับสายระบายก่อน ตามมาด้วยข้อต่อยางขนาดสั้น และต่อข้อต่อของถุงเก็บปัสสาวะ 
  • เย็บตรึงส่วนของสายระบายที่โผล่พ้นผิวหนังออกมาระยะ 1 เซนติเมตรด้วยไหมไม่ละลาย เช่น Nilon ขนาด 2,0 โดยเย็บให้ไหมติดกับผิวหนังก่อนและค่อยนำส่วนชายของไหมที่เหลือยาวประมาณ 1 คืบรัดรอบตัวสายหลายๆรอบให้แน่นเพื่อป้องกันสายเลื่อนตำแหน่ง ตัดไหมส่วนที่เหลือให้สั้นแค่ 1 เซนติเมตร
  • Irrigate สายระบายด้วยน้ำเกลือนอร์มอลจนสี urine ค่อนข้างใสไม่มีเลือดปนมากเพื่อป้องกันไม่ให้สายตันจากก้อนเลือด
  • ปิดพลาสเตอร์ที่มีกาวเหนียวตรึงสายไว้กับผิวหนังและปิดแผลด้วยผ้าก๊อสและพลาสเตอร์ หุ้มห่อข้อต่อต่างๆด้วยผ้าก๊อสและพลาสเตอร์เพื่อป้องกันสกปรก
  • แพทย์สั่งการดูแลหลังหัตถการ
    • งดอาหารต่อไปอีก 4ชั่วโมง อาจจะให้ดื่มน้ำได้บ้าง
    • ตรวจสอบชีพจรและความดันโลหิตทุก 30 นาทีเป็นเวลา 4 ชั่วโมง เมื่อปกติค่อยเลื่อนระยะเวลาตรวจสอบให้ห่างขึ้น
    • ตรวจสอบปริมาณและลักษณะของปัสสาวะในถุง reservoir bag

การดูแลหลังใส่สายระบายจากไต

  1. ตรวจสอบตำแหน่งและลักษณะสายระบาย เพื่อหาภาวะเลื่อน หักพับ หรือไม่
  2. สังเกตสี ปริมาณปัสสาวะที่ระบายออก โดยทั่วไปหลังใส่สายระบายใหม่ปัสสาวะจะมีสีแดงปนเลือดเหมือนน้ำล้างเนื้อ และค่อยๆจางลงจนเหลืองใสภายใน 48 ชั่วโมง หากปัสสาวะยังคงมีเลือดมากตั้งแต่แรกแสดงถึงภาวะเลือดออกยังไม่หยุด ต้องหาสาเหตุเพิ่มเติมว่ามีภาวะแทรกซ้อนจากการใส่สายระบายที่ตำแหน่งใดบ้าง 
  3. ทำแผลทางเข้าสายที่ผิวหนังและบริเวณที่เย็บตรึงสายวันละครั้ง
  4. หากปัสสาวะยังมีเลือดปนในช่วงแรก อาจพิจารณาฉีดน้ำเกลือนอร์มัลหล่อสายและดูดกลับปริมาณ 10 ml ต่อครั้ง พิจารณาความถี่ตามระดับเข้มข้นของปัสสาวะ เช่นทุก 8 หรือ 12 ชั่วโมง

สรุป